
Air Card ทุกวันนี้นิยมใช้เป็นแบบ USB กันหมดแล้ว เพราะมันใช้งานได้สะดวกกว่า รูปร่างหน้าตามันก็เหมือนกับแฟลซไดรฟ์ เพียงแต่มีช่องใส่ซิมการ์ดมาให้ การจะเลือกซื้อ Air Card มาใช้กับโน๊ตบุ้กจะต้องคำนึงถึงซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตที่เราจะใช้ด้วยครับ โดยดูจากพื้นที่ๆ เราจะใช้เป็นส่วนใหญ่ว่ามันมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตของใครให้บริการอยู่บ้าง เป็นระบบ 3G หรือ EDGE ในส่วนของระบบ EDGE ไม่ต้องคิดมาก เพราะ Air Card ยุคปัจจุบันนี้รองรับเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ที่เราจะต้องคำนึงถึงคือเรื่องการรองรับ 3G ครับ เพราะคลื่น 3G ในบ้านเรา แต่ละผู้ให้บริการนั้นใช้คลื่นความถี่ต่างกันอยู่ ดังนี้

1. AIS ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz
2. DTAC กับ True ใช้คลื่นความถี่ 850 MHz
3. TOT รวมไปถึง i – Mobile 3GX / 365 3G / Mojo 3G / IEC 3G / i – Kool 3G ใช้คลื่นความถี่เดียวกันคือ 2100 MHz โดยเจ้าของคลื่นความถี่จริงๆ ก็คือ TOT แต่เอาสัมปทานมาแบ่งขายให้รายย่อยอีกที เรียกว่าถ้าใช้ 3G ไมว่าจะค่ายไหนตามรายชื่อที่กล่าวไปด้านบน มันคือมาจากแหล่งสัญญาณเดียวกันนั่นล่ะครับ
ในอนาคตทุกค่ายคงจะเปลี่ยนมาใช้คลื่นความถี่ 2100MHz กันหมด หากเรื่องยุ่งเหยิงที่มีอยู่มันจบสิ้นลงครับ เพราะคลื่นความถี่ของ 3G ประสิทธิภาพสูงคือ 2100MHz ครับ
การจะเลือกซื้อ Air Card จึงต้องคำนึงถึงว่ามันรองรับซิมอินเทอร์เน็ตระบบ 3G , EDGE ของผู้ให้บริการรายใดได้บ้าง ตรงกับซิมอินเทอร์เน็ตที่เราต้องการจะใช้หรือไม่ เพราะ Air Card แต่ละรุ่นรองรับไว้ไม่เท่ากันนะครับ รวมไปถึงความเร็วสูงสุดที่รองรับได้ก็ไม่เท่ากันด้วย แน่นอนว่าเลือกรุ่นที่รองรับไว้มากว่าก็ย่อมได้เปรียบ นั่นหมายถึงเราก็จะสามารถเลือกซิมอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการรายใดมาใช้ก็ ได้นั่นเองครับ เพราะแต่ละผู้ให้บริการก็คลอบคลุมพื้นที่การให้บริการไว้ได้ไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่นพื้นที่ A ผู้ให้บริการรายที่หนึ่งอาจจะไม่คลอบคลุม หรือว่ามีแค่ EDGE ไม่มี 3G ในขณะที่ผู้ให้บริการรายที่สองมีสัญญาณคลอบคลุมเต็มที่ในระบบ 3G นั่นก็หมายความว่าถ้า Air Card เรารองรับไว้ได้มากว่า เราก็จะสามารถเปลี่ยนมาใช้ซิมอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการสองได้นั่นเองครับ

Air Card ที่มีจำหน่ายอยู่ในเวลานี้มันพอจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ด้วยกันคือ
กลุ่มแรก Air Card จากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็คือ Air Card ของ Ais,DTAC ,TrueMove ก็จะมาวางจำหน่ายอยู่ตามศูนย์บริการนั่นเองครับ ส่วนใหญ่ก็จะขายพร้อมซิมที่มีแพ็คเกตอินเทอร์เน็ตติดมาด้วยเลย ซึ่งตรงนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าซื้อแต่ Air Card เปล่าๆ ไม่เอาซิมการ์ดได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ Air Card ในกลุ่มแรกนี้อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้ซิมเกิดขึ้น เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะใช้ซิมอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการรายอื่น ไม่ได้ หรือได้ก็ได้ไม่ทั้งหมด จะใช้ได้แต่กับซิมของตนเองเป็นหลักเสียมากกว่า



กลุ่มสอง Air Card เปล่าที่ไม่มีซิมติดมาด้วย เปิด กว้างมากครับสำหรับ Air Card แบบนี้ สเปกมันจะระบุไว้ชัดเจนเลยครับว่ารองรับคลื่นความถี่อะไรได้บ้าง รองรับความเร็วสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่ สามารถใช้กับซิมอินเทอร์เน็ตของค่ายใดได้บ้าง หรือจะเลือกเป็นรุ่นที่รองรับได้ทุกเครื่องข่ายทั่วโลกก็มีเช่นกัน ซึ่ง Air Card กลุ่มนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามห้านไอทีชั้นนำ หรือซื้อออนไลน์ก็ได้เช่นกันครับ

Air Card ทั้ง 2 กลุ่มมันก็มีดีกันคนละอย่างครับ ในกลุ่มแรกติดตั้งใช้งานได้ง่ายกว่า เพราะมาจากศูนย์บริการโดยตรง เรียกว่าถ้าชอบอะไรง่ายๆ ก็ใช่เลยครับ แต่มันก็จะมีข้อจำกัดอย่างที่กล่าวไป แต่ในกลุ่มสองก็ใช่ว่าจะติดตั้งยากกว่ามากมายนัก คู่มือการติดตั้งก็มีมาให้เช่นกันแต่มันจะไม่ง่ายเท่ากลุ่มแรกครับ แต่ที่แน่นอนคือมันใช้กับซิมได้ครอบคลุมมากกว่าไม่ว่าจะเป็นซิมของผู้ให้ บริการโทรศัพท์ Ais,DTAC ,TrueMove หรือ 3G คลื่นความถี่ 2100MHz ที่แรงกว่าก็ได้เช่นกัน
สุดท้ายไม่ว่าจะเลือกกลุ่มไหนสิ่งที่ต้องดูก็คือ

– รองรับ 3G คลื่นความถี่อะไร รับซิมอินเทอร์เน็ตของค่ายใดได้บ้าง เพื่อที่จะเลือกใช้ตรงกับความต้องการ
– รองรับ GSM/GPRS/EDGE คลื่นความถี่อะไร รับซิมอินเทอร์เน็ตของค่ายใดได้บ้าง (ในกรณีที่ไม่มีสัญญาน 3G มันจะตัดมารับสัญญาณ GSM/GPRS/EDGE อัตโนมัติ )
– รองรับความเร็วสูงสุดของ 3G และ EDGE สูงสุดอยุ่ที่เท่าไหร่ (ปัจจุบัน 3G เท่าที่คือ 28.8 Mbps แต่บ้านเราไม่รู้จะใช้เมื่อไหร่) ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นสูงสุดก็ได้ เพราะราคามันก็สูงตาม ความเร็วประมาณ 7.2Mbps ราคา กำลังสวยครับ
– รองรับระบบปฎิบัติการณ์อะไรได้บ้าง กับ MAX-OS ได้หรือหากต้องการใช้กับโน๊ตบุ้ก MAC
– ถ้าจะใช้กับ iPad ,iphone หรือกับโน๊ตบุ้กได้หลายๆ เครื่องพร้อมกันทำหน้าที่เป็นตัวกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็เลือกเป็นแบบ WiFi แทน USB
แน่นอนครับว่า Air Card รุ่นที่รองรับได้มากกว่า ก็ย่อมที่จะมีค่าตัวที่สูงกว่าอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าถามว่ามันจำเป็นหรือไม่นั้น อันนี้มันขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนครับ รุ่นที่ดีที่สุดก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะกับเราที่สุดจริงไหมครับ
Source : http://notebookspec.com/web/?p=80651
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น